โคมไฟผึ้งน้อย

posted on 04 Feb 2008 02:06 by bee-lamp
 

 

 

      โคมไฟผึ้งน้อย   

                                รับผิดชอบโดย 

       1. นายพิชญ์                   ธนไพศาลกิจ     .6/5 เลขที่ 2

      2. นางสาวธันยาภรณ์     วรพจน์ธนกุล      ม.6/5 เลขที่ 21                              

      3. นางสาวพินาภรณ์         สุทธิสงค์           ม.6/5 เลขที่ 23

      4. นางสาวญารัตน์           ดีรัตนศรีกุล        ม.6/5 เลขที่ 29

      5. นางสาว ภัชราพร        คุณสมบัติ           ม.6/5 เลขที่  34

      6. นางสาว อภิชญา          รักวงษ์              ม.6/5 เลขที่ 38

      7. นางสาว มัลลิกา          จันทร์อิน            ม.6/5 เลขที่ 40

                   อาจารย์ผู้สอน  

           นาย ธวัฒชัย  เจริญวิเชียรฉาย

                                         

                 เป็นรายงานประกอบวิชา การงานและเทคโนโลยี ง43102

                           ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา 2550

 

 

 

 

 

 

ความหมายของรายงาน

posted on 04 Feb 2008 01:57 by bee-lamp

 

 

 

รายงาน หมายถึง

 สิ่งพิมพ์ที่เรียบเรียงขึ้นจากสารสนเทศที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า การทดลอง  การสังเกตการณ์  การสัมภาษณ์ และนำสารสนเทศดังกล่าวมาประเมิน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้ถูกต้องตามแบบแผนที่กำหนด อาจศึกษาค้นคว้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ผู้เรียนสนใจ หรือเป็นเรื่องที่ผู้สอนกำหนดให้ศึกษาค้นคว้า รายงานเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของการศึกษาในปัจจุบัน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการศึกษา การทำรายงานอาจทำเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่มก็ได้ ความยาวของรายงานขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัวข้อรายงาน และระยะเวลาในการทำรายงาน                 ในกรณีที่รายงานนั้นมีระยะเวลาในการจัดทำ 1 ภาคการศึกษา จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาคนิพนธ์ (Term paper)

 

                                                                                                                            

edit @ 4 Feb 2008 02:00:26 by bee-lamp

วัตถุประสงค์ของรายงาน

posted on 04 Feb 2008 01:53 by bee-lamp

 

 

วัตถุประสงค์ประสงค์ในการจัดทำรายงานนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้เพื่อช่วยในการศึกษาค้นคว้า วิธีการประดิษฐ์โคมไฟ  ซึ่งเป็นของประดับตกแต่งบ้านเพื่อให้เกิดความสวยงาม  ซึ่งประดิษฐ์จากสิ่งของที่เหลือใช้นำมาดัดแปลงให้เกิดของใช้ของประดับตกแต่งภายในบ้านเรือน  เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของ และทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ

 

 

 

 

                                                                                                                                       

                                                                                                                                                                       

ประเภทของรายงาน

posted on 04 Feb 2008 01:47 by bee-lamp

รายงานโดยทั่วๆไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ

 

 

1. รายงานทั่วไป

เป็นรายงานข้อเท็จจริง หรือข้อคิดของบุคคลเกี่ยวกับข่าว เหตุการณ์ต่างๆ ความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญ หรือสถาณการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งดำเนินไปแล้วหรือกำลังดำเนินอยู่ หรือที่จะดำเนินต่อไปได้แก่      

        1.1) รายงานแสดงผลงาน

          ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงาน ต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้เกี่ยวข้อให้ทราบ
        1.2) รายงานเหตุการณ์

      เป็นรายงานที่บอกให้ทราบเรื่องราวต่างๆ ทุกระยะถ้ามีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
             

        2. รายงานวิชาการ

        เป็นรายงานที่ได้จากการศึกษาวิจัย โดยมีระเบียบวิธีการศึกษาที่เป็นระบบ และมีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์ เนื้อหารายงานมุ่งเสนอแต่ผลที่ได้จาก การศึกษาโดยปราศจากการเสริมแต่ง แบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่           

     2.1) รายงานการค้นคว้าทั่วไป แยกได้ 2 ชนิดดังนี้
             

             - รายงาน

             หมายถึง ความเรียงทางวิชาการเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ หรือ เป็นผลจากการศึกษาค้นคว้าจากการหาความรู้ใหม่ เพื่อปรับปรุง พิสูจน์ความรู้เดิมโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือ หลายวิธี ทั้งนี้เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ และนำข้อมูลที่ค้นคว้าได้มาประกอบเข้ากับความคิดของตน แล้วเรียบเรียงขึ้นใหม่โดยนำมาเขียน หรือพิมพ์ให้ถูกต้องตามแบบแผน การทำรายงานอาจทำเป็นบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ ความยาวของรายงานขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัวข้อรายงาน และการตกลงกันระหว่างผู้ทำรายงานและผู้สอนวิชานั้น
                   

             - ภาคนิพนธ์

            มีลักษณะเช่นเดียวกับรายงาน แต่หัวข้อที่กำหนดภาคนิพนธ์มักจะมีขอบเขตกว้างขวาง และลึกซึ้งกว่าหัวข้อรายงาน ซึ่งต้องการเวลาค้นคว้ามากกว่า มีความยาวของเรื่องที่เขียนยาวกว่ารายงาน และมีกำหนดเวลาประมาณหนึ่งภาคเรียน

2.2) รายงานการค้นคว้าวิจัย แยกได้ 2 ชนิดดังนี้

              - การวิจัยทั่วไป

 

                             หมายถึง กระบวนเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ หรือกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบปัญหาที่มีอยู่อย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอน โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
           

               - วิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์

                  เป็นรายงานผลการวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต หัวข้อในการทำปริญญานิพนธ์จะมีลักษณะเข้มงวดแตกต่างไปจากรายงาน และภาคนิพนธ์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ เช่น ต้องเป็นหัวข้อที่แสดงความริเริ่ม จะต้องมีขอบเขตกว้างขวางลึกซึ้ง

 

 

                                                                                                                                    

                                                                                                                                                      

edit @ 4 Feb 2008 01:59:13 by bee-lamp

edit @ 4 Feb 2008 02:00:44 by bee-lamp

ส่วนประกอบของรายงาน

posted on 04 Feb 2008 01:12 by bee-lamp

- ส่วนต้นของรายงาน 

เป็นส่วนที่อยู่ต้นเล่มของรายงานก่อนถึงเนื้อเรื่อง   ประกอบด้วย           

1. หน้าปกนอก   

หมายถึงสิ่งที่เป็นหน้าแรกของรายงานมีรายละเอียด คือ- ชื่อเรื่องของรายงาน- ชื่อและนามสกุลของผู้เขียน

2. หน้าปกใน   

หมายถึงหน้าที่ถัดจากหน้าปกนอกมีรายละเอียด 3 ส่วนคือ

ส่วนบน เป็นชื่อของรายงาน
ส่วนกลาง เป็นชื่อและนามสกุลของผู้เขียนรายงาน
ส่วนล่าง    เป็นรายละเอียดว่าเป็นรายงานประกอบ
การศึกษารายวิชาใด   ภาควิชาใด   คณะใด
มหาวิทยาลัยใด รวมทั้งภาคการศึกษา
และปีการศึกษาด้วย  

 3. คำนำ   

หมายถึงส่วนที่อยู่ถัดจากปกใน   ผู้เขียนอาจเขียน โดยกล่าวถึงวัตถุประสงค์และขอบเขตของรายงาน  และมีคำขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ(ถ้ามี)   ตอนท้ายสุดให้ลงชื่อผู้เขียนรายงานและวันเดือนปีที่เขียน

4. สารบัญ   

 หมายถึงส่วนที่อยู่ถัดจากหน้าคำนำ   ข้อความในสารบัญจะเริ่มต้นจากคำนำและบอกหัวข้อสำคัญของรายงานเรียงตามลำดับเรื่องที่เขียนพร้อมทั้งบอกเลขหน้าของแต่ละหัวข้อนั้นๆ  เพี่อบอกให้ทราบว่าหัวข้อนั้นๆ อยู่หน้าใด

- ส่วนกลาง

1. ส่วนเนื้อเรื่อง 

อยู่ต่อจากส่วนนำเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของรายงานตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้ เรียบเรียงลำดับเนื้อหา ตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้  อาจจัดทำเป็นบท   แต่ถ้ามีเนื้อหาไม่มาก  อาจเพียงแต่แบ่งตามหัวข้อสำคัญ          ในเนื้อเรื่อง ถ้าเขียนโดยอ้างความคิด หรือข้อความของผู้อื่น จะต้อง อ้างอิงเอกสาร  ซึ่งอาจจัดทำเป็น การอ้างอิงระบบชื่อ-ปี (Name-Year system)

- ส่วนท้าย

1. ส่วนรายการเอกสารอ้างอิง(Reference)/บรรณานุกรม (Bibliography) เป็นส่วนที่แสดงรายชื่อหนังสือ เอกสาร และแหล่งข้อมูลต่างๆที่ผู้เขียนรายงานใช้ค้นคว้าและนำมาอ้างอิง

วิธีการเขียนบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิง

รายละเอียดของรายการ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ

1) ส่วนที่เป็นชื่อผู้แต่ง  ได้แก่ ผู้รับผิดชอบในการเขียนหรือผลิตสิ่งพิมพ์นั้น
2) ส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง ได้แก่ ชื่อหนังสือ ชื่อบทความ ชื่อวารสารและชื่อของสิ่งพิมพ์ที่ผู้เขียนนำมาค้นคว้าอ้างอิง
3) ส่วนที่เป็นการพิมพ์             

ได้แก่ ครั้งที่พิมพ์  สถานที่พิมพ์  สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ และปีพิมพ์ของหนังสือ  หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์ของสิ่งพิมพ์แต่ละประเภทนั้น  

 

การเรียงลำดับข้อมูลจากการอ้างอิง

1. หนังสือ

ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง, (ปีพิมพ์) , ชื่อเรื่อง, สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.  

2.บทความจากวารสาร

 ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของวารสาร). ชื่อบทความชื่อวารสาร  ปีที่ (ฉบับที่), เลขหน้า.              

 3. อินเทอร์เน็ต

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียน.  (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่องค้นข้อมูล วัน เดือน ปี, จาก ชื่อแหล่งบนอินเตอร์เน็ต. 

4. การสัมภาษณ

ประกอบด้วย ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์. วันเดือนปีที่สัมภาษณ์. สัมภาษณ์. ตำแหน่ง

5. บทความจากสารานุกรม

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของสารานุกรม). ชื่อบทความ. ใน ชื่อสารานุกรม  เล่มที่: (หน้า). สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.

6. บทความในหนังสือ

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของหนังสือ). ชื่อบทความ. ใน ชื่อผู้รวบรวม หรือบรรณาธิการชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์, หน้า).  สถานที่พิมพ์ :  สำนักพิมพ์

7. บทคัดย่อจากบทความวารสารในฐานข้อมูล CD-Rom

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ (ปีพิมพ์).  ชื่อบทความ.  ชื่อวารสาร. ปีที่พิมพ์ (ฉบับที่):เลขหน้า. (จาก ชื่อฐานข้อมูลซีดีรอม, หมายเลขบทคัดย่อ ).

8. วิทยานิพนธ์

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียน.  (ปีพิมพ์).  ชื่อวิทยานิพนธ์วิทยานิพนธ์ปริญญา. . .    สาขาวิชา. . . คณะ. . . สถาบัน……

9. หนังสือพิมพ

ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ.  (ปีพิมพ์, วัน เดือน).  ชื่อบทความ.  ชื่อหนังสือพิมพ์, หน้า.

10.เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์

ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อเอกสารสถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์. (เอกสารอัดสำเนา)

 

                                                                                        

 

                                                                                                   

 

 

edit @ 4 Feb 2008 02:04:36 by bee-lamp

บรรณานุกรม

posted on 04 Feb 2008 01:03 by bee-lamp

 

www.Lqmpang.thcity.com.

 

www.Thaigoodview.com

 

www.sudipan.net

 

www.thaiall.com

                                                                                                             

ภาคผนวก

posted on 04 Feb 2008 00:45 by bee-lamp

  

         ประวัติผู้ทำโครงงาน

             

         1. นายพิชญ์ ธนไพศาลกิจ (พีช)

                           ม.6/5 เลขที่  2

          

       2. น.ส.ธันยาภรณ์ วรพจน์ธนกุล (โม)

                          ม.6/5 เลขที่ 21

            

       3. น.ส.พินาภรณ์  สุทธิสงค์ (แอม)

                        ม.6/5 เลขที่ 23

          

         4. น.ส.ญารัตน์ ดีรัตนศรีกุล (น้ำ)

                        ม.6/5 เลขที่ 29

          

          5. น.ส.ภัชราพร คุณสมบัติ (เหน่ง)

                         ม.6/5 เลขที่ 34

                

          6. น.ส.อภิชญา รักวงษ์ (ปอม)

                     ม.6/5 เลขที่ 38

        

 

          7. น.ส.มัลลิกา จันทร์อิน (จา)

                    ม.6/5 เลขที่ 40

 

 

               ประกาศคณูประการ

         นาง ทัศนา  พรศิริเจริญพันธ์

 

                                                                            

แบบเสนอโครงงาน

posted on 04 Feb 2008 00:33 by bee-lamp

 

     

 

 

แบบเสนอโครงงาน

 

 

 

1.    ชื่อโครงงาน โคมไฟผึ้งน้อย

2.    ประเภทผลงาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

3.  ชื่อผู้ทำโครงงาน

1. นายพิชญ์                          ธนไพศาลกิจ        ม.6/5      เลขที่  2

2. นางสาว ธันยาภรณ์        วรพจน์ธนกุล       ม.6/5      เลขที่ 21

3. นางสาว พินาภรณ์          สุทธิสงค์               ม.6/5      เลขที่ 23

4. นางสาว ญารัตน์              ดีรัตนศรีกุล           ม.6/5      เลขที่ 29

5. นางสาว ภัชราพร        คุณสมบัติ              ม.6/5      เลขที่ 34

6. นางสาว อภิชญา             รักวงษ์                   ม.6/5      เลขที่ 38

7. นางสาว มัลลิกา               จันทร์อิน               ม.6/5      เลขที่ 40

4.  ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน

1. นายธวัฒชัย      เจริญวิเชียรฉาย

2. นางศรัญญา      พิพัฒวัฒนา

5.  ที่มา/ ปัญหา/ ความต้องการโครงงาน

ที่มา : ในปัจจุบันนี้สภาวะขยะล้นโลกถือเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของทุกประเทศทั่วโลก ทางสมาชิกในกลุ่มได้เล็งเห็น และตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ทำการดัดแปลงกระปุกออมสินรูปผึ้ง ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเก่าที่ทำการประดิษฐ์จากกล่องเหล้าที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยมีรูปแบบที่สวยงาม ให้กลายเป็นโคมไฟผึ้งน้อย โดยได้ทำการการประยุกต์ให้ทุกส่วนของสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถใช้งานได้ทุกส่วน เริ่มตั้งแต่หัวผึ้งนำมาประยุกต์เป็นโคมไฟ ตัวผึ้งนำมาประยุกต์เป็นกระปุกออมสิน และปีกผึ้งนำมาประยุกต์ไว้ใช้หนีบรูปหรือโน๊ต โดยการทำโครงงานนี้เป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้ เช่น กล่องเหล้าที่ใช้แล้ว, แกนกระดาษทิชชู่, เศษกระดาษที่เหลือใช้ เหล่านี้มาประกอบเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆให้มีประโยชน์มากขึ้น

6.  คุณสมบัติ/ คุณลักษณะเฉพาะของผลงาน

โคมไฟผึ้งน้อยนี้ นอกจากเป็นโคมไฟแล้วยังเป็นกระปุกออมสิน และปีกของผึ้งน้อยยังสามารถหนีบรูปหรือโน๊ตได้ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดพื้นที่ในการวางของในห้องอีกด้วย

7.  เอกสาร/ ทฤษฎี แหล่งเรียนรู้

1. www. Lqmpang.thcity.com.

2. www.Thaigoodview.com

3. www.sudipan.net

8.  รูปแบบและขนาดของผลงาน

      

     

 

      

      

       

 

 

 9.  วัสดุ อุปกรณ์ และงบประมาณที่ใช้

วัสดุอุปกรณ์          1. กล่องเหล้าที่ไม่ได้ใช้แล้ว      2. แกนกระดาษทิชชู่        3. โครงลวด    

                                 4. กระดาษสา         5. กระดาษสีเหลืองที่ไม่ได้ใช้   

                                6. กระดาษลัง หรือ กระดาษแข็ง    7. หลอดไฟชนนิดประหยัด

งบประมาณที่ใช้ : 100 บาท

10.                    วิธีการและขั้นตอนการทำงาน 

   สัปดาห์                วันที่                                 การดำเนินงาน    

     1        4  มกราคม 2551         ค้นหาแบบงานเพื่อนำชิ้นงานมาดัดแปลงใหม่

    2            11 มกราคม 2551     เสนอโครงงานกับอาจาร์ย

    3            18 มกราคม 2551     ประดิษฐ์ชิ้นงาน

    4           25 มกราคม 2551     ส่งโครงงานอาจาร์ยผู้สอนและนำกลับมาแก้ไข

   5            1 กุมภาพันธ์  2551    ส่งโครงงานอาจาร์ย

    6           8 กุมภาพันธ์  2551   นำเสนอโครงงานโดยใช้สื่อการสอน

 11.                    ประโยชน์และคุณค่าของผลงาน

1.    เป็นการประยุกต์ชิ้นงานเก่าให้เกิดประโยชน์ในการใช้สอยมากขึ้น

2.    เป็นการประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน

3.    สามารถนำมาประดับตกแต่งห้องทำให้เกิดความสวยงาม

 

 
                      

                                                                                                                             

 

 

 

 

edit @ 6 Feb 2008 21:05:48 by bee-lamp